วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
มรดกโลก
มรดกโลก คืออะไร
คือสถานที่ อันได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงเมือง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๕ เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติ หรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา และควรจะปกป้องสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร เพื่อให้ได้ตกทอดไปถึงอนาคต อาทิเช่น เมมฟิสและสุสานโบราณ ประเทศอียิปต์ เกรท แบริเออร์ รีฟ(แนวปะการังใหญ่) ประเทศออสเตรเลีย หมู่เกาะกาลาปาโกส ประเทศเอกวาดอร์ ทัชมาฮัล ประเทศอินเดีย แกรนด์แคนยอน ประเทศสหรัฐอเมริกา หรืออะโครโพลิส ประเทศกรีซ เหล่านี้เป็นตัวอย่างจากทั้งหมด ๘๙๐ แห่งทั่วโลก ซึ่งแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม และมรดกโลกทางธรรมชาติ
มรดกโลกมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
มรดกโลกแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) และ มรดกทางธรรมชาติ (Natural Heritage) ซึ่งในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกได้ให้คำนิยามไว้ว่า
มรดกทางวัฒนธรรม หมายถึง สถานที่ซึ่งเป็นโบราณสถานไม่ว่าจะเป็นงานด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม หรือแหล่งโบราณคดีทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำ หรือกลุ่มสถานที่ก่อสร้างยกหรือเชื่อมต่อกันอันมีความเป็นเอกลักษณ์ หรือแหล่งสถานที่สำคัญอันอาจเป็นผลงานฝีมือมนุษย์หรือเป็นผลงานร่วมกันระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งสถานที่เหล่านี้มีคุณค่าความล้ำเลิศทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ มนุษยวิทยา หรือวิทยาศาสตร์
มรดกทางธรรมชาติ หมายถึง สภาพธรรมชาติที่มีลักษณะทางกายภาพและชีวภาพอันมีคุณค่าเด่นชัดในด้านความล้ำเลิศทางวิทยาศาสตร์ หรือเป็นสถานที่ซึ่งมีสภาพทางธรณีวิทยาและภูมิประเทศที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและสัตว์ ซึ่งถูกคุกคาม หรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของพืชหรือสัตว์ที่หายาก เป็นต้น
คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก(UNESCO)ได้มีการคัดเลือกและขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเชิดชูคุณค่าของแหล่งมรดกโลกที่มีทั้งสิ่งงดงามล้ำค่าที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและแหล่งมรดกโลกอันทรงคุณค่าที่มนุษย์สร้างสรรค์ เพื่อปกป้องรักษาให้ดำรงคงอยู่เป็นมรดกแห่งมวลมนุษยชาติต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีมรดกโลกทั้งสิ้น 830 แห่ง ใน 138 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 644 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 162 แห่ง และอีก 24 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท
เมืองไทยของเรานั้นมีแหล่งมรดกโลก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วถึง 5 แห่งด้วยกัน มีทั้งแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งหากเรามีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวและศึกษาคุณค่าของแหล่งมรดกโลกทั้ง 5 แห่งกันอย่างลึกซึ้ง ก็จะได้ทั้งความรู้ความเพลิดเพลินและเกิดความภาคภูมิใจในมรดกอันล้ำค่าของชาติร่วมกัน สัปดาห์นี้เราไปทำความรู้จักกับแหล่งมรดกโลกของไทยเพื่อร่วมภูมิใจกันอีกครั้ง
สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร 3 อุทยานประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง และมีความรุ่งเรืองในอดีตช่วงใกล้เคียงกัน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2534 โดยอาณาจักรสุโขทัยถือเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย เป็นศูนย์กลางความเจริญในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 เป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมในทุกๆด้าน ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ รวมทั้งการวางผังเมืองที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญา ซึ่งถือเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์ชาติไทยช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ หลักฐานที่เหลืออยู่ยังคงยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรืองและความงดงามของศิลปะสถาปัตยกรรมในอดีตของอาณาจักรสุโขทัยได้เป็นอย่างดี
ในวันกลางฤดูฝนเช่นนี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการแวะเวียนไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง เพราะลานหญ้ารอบๆโบราณสถานจะเขียวขจีสดใส ช่วยชุบชีวิตโบราณสถานให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น การเที่ยวชมโบราณสถานจะใช้วิธีนั่งรถรางที่มีวิทยากรพาชมพร้อมคำบรรยาย หรือจะเช่าจักรยานเที่ยวชมไปเรื่อยๆ ก็ได้บรรยากาศอิสระเพลิดเพลินไปอีกแบบ โดยจุดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมก็เช่น วัดมหาธาตุ วัดชนะสงคราม วัดตระพังเงิน วัดสระศรี วัดศรีสวาย เป็นต้นส่วนด้านนอกกำแพงเมืองก็อย่าลืมไปเที่ยวชมวัดพระพายหลวง เตาทุเรียง ไปชมความยิ่งใหญ่ของพระอจนะ วัดศรีชุม พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสุโขทัยอันงดงามอ่อนช้อย เช่นเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ที่ยังคงมีโบราณสถานรุ่นราวคราวเดียวกันที่งดงามสมบูรณ์ให้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม
พระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่ของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรือง อย่างยาวนานถึง 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 5 ราชวงศ์ จำนวน 33 พระองค์ ตั้งอยู่บนทำเลที่ตั้งอันอุดมสมบูรณ์จึงนับเป็นราชอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางวิทยาการและศิลปวัฒนธรรมอย่างสูงยิ่ง มีการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง มีการส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีถึงทวีปยุโรปเลยทีเดียว
แม้นราชธานีศรีอยุธยาจะถูกทำลายลงจากภัยสงคราม แต่ก็ยังคงเหลือโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เป็นหลักฐานแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและความมีอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษชาวกรุงศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดีเช่นโบราณสถานอันแสดงถึงศิลปะสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่งดงามอย่างวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพนัญเชิง วัดกษัตราธิราช วัดไชยวัฒนารามเป็นต้น หรือโบราณวัตถุอันล้ำค่าอย่างเครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะที่ตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ซึ่งสะท้อนถึงความร่ำรวยทางศิลปะและความสมบูรณ์มั่งคั่งสมกับความเป็นแผ่นดินทองของกรุงศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2534
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง แหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เป็นแหล่งที่ขุดค้นพบร่องรอยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์พร้อมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีอายุกว่า 5,600 ปี โดยทางกรมศิลปากรได้ขุดค้นพบซากโครงกระดูกมนุษย์โบราณและภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่มีรูปทรงและลวดลายงดงาม สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองที่บรรพบุรุษในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงสามารถจะผลิตภาชนะเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีความสวยงามเป็นอมตะมาจนถึงปัจจุบัน และมีร่องรอยความเจริญก้าวหน้าที่บ่งบอกว่ามนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงนั้นรู้จักทำการเกษตรกรรมและการเพาะปลูกมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2535
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร- ห้วยขาแข้ง แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของเมืองไทยที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2534 ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตกที่ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีพื้นที่รวมกันกว่า 4 ล้านไร่หรือราว 6,427 ตารางกิโลเมตร และยังเป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเทือกเขาในเขตพม่า ทำให้ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้เป็นป่าผืนใหญ่ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า ซึ่งป่าตะวันตกแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดเช่น ช้าง เสือ กระทิง วัวแดง ควายป่า หมี เก้ง กวาง สมเสร็จ และเป็นถิ่นอาศัยของนกนานาชนิดโดยเฉพาะนกยูงไทยกำลังใกล้สูญพันธุ์
ผืนป่าเขาใหญ่- ดงพญาเย็น นับเป็นแหล่งมรดกโลกล่าสุดของไทยที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2548 และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ป่าผืนนี้ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดคือ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ โดยมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ป่ารวมกันราว 3,874,863 ไร่ หรือ 6,155 ตารางกิโลเมตร เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงยิ่ง
โดยในบรรดาพืชพรรณที่พบในเมืองไทยราว 15,000 ชนิดนั้นสามารถพบได้ในผืนป่าแห่งนี้ถึง 2,500 ชนิด และมีพืชพรรณที่พบเฉพาะในผืนป่าแห่งนี้ถึง 16 ชนิด เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่ากว่า 800 ชนิด โดยเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 112 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 209 ชนิด เป็นแหล่งอาศัยของนก 392 ชนิด โดยพบนกเงือกถึง 4 ชนิดในจำนวน 6 ชนิดที่พบในเมืองไทย และยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนคนไทยสามารถจะเข้าไปท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติได้อย่างสะดวกสบาย
แหล่งมรดกโลก 5 แห่งของไทยนับเป็นมรดกที่ทรงคุณค่าของคนไทยทุกคน และเป็นมรดกที่ทรงคุณค่าร่วมกันของมวลมนุษยชาติ ซึ่งก็คงจะเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะช่วยกันดูแลรักษามรดกอันล้ำค่าของชาติให้ดำรงคงคุณค่าตลอดไป
วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554
พรรคการเมืองปี 54
พรรคการเมืองปี 54
พรรคการเมืองที่ลงสมัคร
หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย
หมายเลข 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
หมายเลข 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่
หมายเลข 4 พรรคประชากรไทย
หมายเลข 5 พรรครักประเทศไทย
หมายเลข 6 พรรคพลังชล
หมายเลข 7 พรรคประชาธรรม
หมายเลข 8 พรรคดำรงไทย
หมายเลข 9 พรรคพลังมวลชน
หมายเลข 10 พรรคประชาธิปัตย์
หมายเลข 11 พรรคไทยพอเพียง
หมายเลข 12 พรรครักษ์สันติ
หมายเลข 13 พรรคไทยเป็นสุข
หมายเลข 14 พรรคกิจสังคม
หมายเลข 15 พรรคไทยเป็นไทย
หมายเลข 16 พรรคภูมิใจไทย
หมายเลข 17 พรรคแทนคุณแผ่นดิน
หมายเลข 18 พรรคเพื่อฟ้าดิน
หมายเลข 19 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
หมายเลข 20 พรรคการเมืองใหม่
หมายเลข 21 พรรคชาติไทยพัฒนา
หมายเลข 22 พรรคเสรีนิยม
หมายเลข 23 พรรคชาติสามัคคี
หมายเลข 24 พรรคบำรุงเมือง
หมายเลข 25 พรรคกสิกรไทย
หมายเลข 26 พรรคมาตุภูมิ
หมายเลข 27 พรรคเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
หมายเลข 28พรรคพลังสังคมไทย
หมายเลข 29 พรรคเพื่อประชาชนไทย
หมายเลข 30 พรรคมหาชน
หมายเลข 31 พรรคประชาชนชาวไทย
หมายเลขประจำพรรคการเมือง
หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย
หมายเลข 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
หมายเลข 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่
หมายเลข 4 พรรคประชากรไทย
หมายเลข 5 พรรครักประเทศไทย
หมายเลข 6 พรรคพลังชล
หมายเลข 7 พรรคประชาธรรม
หมายเลข 8 พรรคดำรงไทย
หมายเลข 9 พรรคพลังมวลชน
หมายเลข 10 พรรคประชาธิปัตย์
หมายเลข 11 พรรคไทยพอเพียง
หมายเลข 12 พรรครักษ์สันติ
หมายเลข 13 พรรคไทยเป็นสุข
หมายเลข 14 พรรคกิจสังคม
หมายเลข 15 พรรคไทยเป็นไทย
หมายเลข 16 พรรคภูมิใจไทย
หมายเลข 17 พรรคแทนคุณแผ่นดิน
หมายเลข 18 พรรคเพื่อฟ้าดิน
หมายเลข 19 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
หมายเลข 20 พรรคการเมืองใหม่
หมายเลข 21 พรรคชาติไทยพัฒนา
หมายเลข 22 พรรคเสรีนิยม
หมายเลข 23 พรรคชาติสามัคคี
หมายเลข 24 พรรคบำรุงเมือง
หมายเลข 25 พรรคกสิกรไทย
หมายเลข 26 พรรคมาตุภูมิ
หมายเลข 27 พรรคเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
หมายเลข 28พรรคพลังสังคมไทย
หมายเลข 29 พรรคเพื่อประชาชนไทย
หมายเลข 30 พรรคมหาชน
หมายเลข 31 พรรคประชาชนชาวไทย
หมายเลขประจำพรรคการเมือง
สัญลักษณ์ของพรรคการเมือง
รายชื่อพรรคการเมือง 2554
หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรค : นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์
หมายเลข 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน หัวหน้าพรรค : นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล
หมายเลข 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่ หัวหน้าพรรค : นายสุรทิน พิจารณ์
หมายเลข 4 พรรคประชากรไทย หัวหน้าพรรค : นายสุมิตร สุนทรเวช
หมายเลข 5 พรรครักประเทศไทย หัวหน้าพรรค : นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
หมายเลข 6 พลังชล หัวหน้าพรรค : นายเชาวน์ มณีวงษ์
หมายเลข 7 พรรคประชาธรรม หัวหน้าพรรค : นายมุคตาร์ กีละ
หมายเลข 8 พรรคดำรงไทย หัวหน้าพรรค : นายโชติพัฒน์ สกุลดีเชิดชู
หมายเลข 9 พรรคพลังมวลชน หัวหน้าพรรค : นายกรภพ ครองจักรภพ
หมายเลข 10 พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรค : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หมายเลข 11 พรรคไทยพอเพียง หัวหน้าพรรค : นายจำรัส อินทุมาร
หมายเลข 12 พรรครักษ์สันติ หัวหน้าพรรค : พลตำรวจโท ถวิล สุรเชษฐพงษ์
หมายเลข 13 พรรคไทยเป็นสุข หัวหน้าพรรค : นายประดิษฐ์ ศรีประชา
หมายเลข 14 พรรคกิจสังคม หัวหน้าพรรค : นายทองพูล ดีไพร
หมายเลข 15 พรรคไทยเป็นไทย หัวหน้าพรรค : นายตรีสัลล์ จันทน์เทียนเดชา
หมายเลข 16 พรรคภูมิใจไทย หัวหน้าพรรค : นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล
หมายเลข 17 พรรคแทนคุณแผ่นดิน หัวหน้าพรรค : นายวิชัย ศิรินคร
หมายเลข 18 พรรคเพื่อฟ้าดิน หัวหน้าพรรค : นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ
หมายเลข 19 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย หัวหน้าพรรค : นายโชติ บุญจริง
หมายเลข 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน หัวหน้าพรรค : นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล
หมายเลข 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่ หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 4 พรรคประชากรไทย หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 5 พรรครักประเทศไทย หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 6 พลังชล หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 7 พรรคประชาธรรม หัวหน้าพรรค : นายมุคตาร์ กีละ
หมายเลข 8 พรรคดำรงไทย หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 9 พรรคพลังมวลชน หัวหน้าพรรค : นายก
หมายเลข 10 พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 11 พรรคไทยพอเพียง หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 12 พรรครักษ์สันติ หัวหน้าพรรค : พลตำรวจโท ถวิล สุรเชษฐพงษ์
หมายเลข 13 พรรคไทยเป็นสุข หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 14 พรรคกิจสังคม หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 15 พรรคไทยเป็นไทย หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 16 พรรคภูมิใจไทย หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 17 พรรคแทนคุณ
หมายเลข 18 พรรคเพื่อฟ้าดิน หัวหน้าพรรค : นางสาว
หมายเลข 19 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 20 พรรคการเมืองใหม่ หัวหน้าพรรค : นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
หมายเลข 21 พรรคชาติไทยพัฒนา หัวหน้าพรรค : นายชุมพล ศิลปอาชา
หมายเลข 22 พรรคเสรีนิยม หัวหน้าพรรค : นายพุทธชาติ ช่วยราม
หมายเลข 23 พรรค ชาติสามัคคี หัวหน้าพรรค : นายนพดล ไชยฤทธิเดช
หมายเลข 24 พรรคบำรุงเมือง หัวหน้าพรรค : นายสุวรรณ ประมูลชัย
หมายเลข 25 พรรคกสิกรไทย หัวหน้าพรรค : นายจำลอง ดำสิม
หมายเลข 26 พรรคมาตุภูมิ หัวหน้าพรรค : พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
หมายเลข 21 พรรคชาติไทยพัฒนา หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 22 พรรคเสรีนิยม หัวหน้าพรรค : นายพุทธชาติ ช่วยราม
หมายเลข 23 พรรค ชาติสามัคคี หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 24 พรรคบำรุงเมือง หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 25 พรรคกสิกรไทย หัวหน้าพรรค : นายจำลอง ดำสิม
หมายเลข 26 พรรคมาตุภูมิ หัวหน้าพรรค : พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
หมายเลข 27 พรรคชีวิตที่ดีกว่า รักษาการแทนหัวหน้าพรรค : นางพูลถวิล ปานประเสริฐ
หมายเลข 28 พรรค พลังสังคมไทย หัวหน้าพรรค : นายวิวัฒน์ เลอยุกต์
หมายเลข 29 พรรคเพื่อประชาชนไทย หัวหน้าพรรค : นายดิเรก กลิ่นจันทร์
หมายเลข 28 พรรค พลังสังคมไทย หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 29 พรรคเพื่อประชาชนไทย หัวหน้าพรรค : นาย
หมายเลข 30 พรรคมหาชน หัวหน้าพรรค : นายอภิรัต ศิรินาวิน
หมายเลขที่ 31 พรรคประชาชนชาวไทย หัวหน้าพรรค : นายสุนทร ศรีบุญนาค
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)